Wn/th/เหตุการณ์จับตัวประกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พ.ศ. 2554

From Wikimedia Incubator
< Wn‎ | thWn > th > เหตุการณ์จับตัวประกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พ.ศ. 2554
Jump to navigation Jump to search

Template:กล่องข้อมูล อุบัติเหตุจากยานพาหนะ เหตุการณ์จับตัวประกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พ.ศ. 2554 เป็นการกระทำความผิดอาญา เกิดขึ้นเมื่อสายวันที่ 14 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ดั้งเดิมในประเทศไทย เมื่อ ธาดา หรือ ชาย อินทมาศ อายุสามสิบเจ็ดปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช[1] ชิงรถยนต์เก๋งมาจากจังหวัดนนทบุรี แล้วหลบหนีเข้าสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยการติดตามอย่างกระชั้นชิดของเจ้าพนักงานตำรวจ ระหว่างทางได้ต่อสู้กับเจ้าพนักงานตำรวจ และยิงเจ้าพนักงานตำรวจตายหนึ่ง แล้วชิงรถยนตเก๋งอีกคันหนึ่ง พร้อมจับเจ้าของรถยนต์เป็นตัวประกัน ก่อนเปลี่ยนขับหลบหนีมาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อจะถึง ได้ยิงคนขับรถยนต์เก๋งรับจ้างโดยสารคนหนึ่งที่เข้ามาขัดขวางจนตาย แล้วขับรถทับเจ้าพนักงานตำรวจบาดเจ็บจนพิการอีกหนึ่งคน เจ้าพนักงานตำรวจจึงร่วมกันยิงสะกัดรถยนต์ของธาดาไว้ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ธาดาถูกกระสุนของเจ้าพนักงานตำรวจตาย[2] และผู้ถูกจับเป็นตัวประกันก็ต้องกระสุนของเจ้าพนักงานบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน[1] ได้จำนวนผู้ประสบเหตุทั้งหมดหกคน เป็นผู้ตายสามคน รวมธาดา อินทมาศ ผู้ก่อเหตุ และเป็นผู้บาดเจ็บสามคน[2]

เหตุการณ์นี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทั้งในเรื่องความอุกอาจจของผู้ก่อเหตุ, ความพร้อมป้องกันตนเองของเจ้าพนักงานตำรวจ, เทคโนโลยีในการควบคุมอาวุธของเจ้าพนักงานตำรวจ กับทั้งความระมัดระวังในการควบคุมสถานการณ์ที่ผู้ก่อเหตุมีตัวประกัน[3] และนำไปสู่การพิจารณาทบทวนการปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจโดยองค์กรตำรวจเองด้วย[4]

เหตุการณ์[edit]

การจับตัวประกัน[edit]

สะพานกรุงธน ซึ่งเชื่อมแขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กับแขวงบางพลัด และแขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด|left|200px|thumb

เช้าวันที่ 14 เมษายน 2554 ระหว่างที่ ร้อยตรีวิชัย วิไลรัศมี อายุหกสิบเจ็ดปี กำลังประกอบธุระอยู่หน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี นั้น ธาดา อินทมาศ อายุสามสิบเจ็ดปี ได้ขับรถยนต์เก๋ง สีเขียว ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า ทะเบียน ภท-7646 กท. เข้ามาหา แล้วใช้มีดชิงเอารถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์เงิน ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี ทะเบียน ฎก-6345 กท. ของร้อยตรีวิชัยไป ธาดาได้ขับรถยนต์เก๋งดังกล่าวหลบหนีไปทันที[5] ร้อยตรีวิชัยจึงร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจบางกรวยในเวลานั้น เจ้าพนักงานตำรวจสี่คน ประกอบด้วย ร้อยตำรวจโทวรรณศักดิ์ กระจ่างศรี รองสารวัตรจราจร แห่งสถานีตำรวจนครบางพลัด กรุงเทพมหานคร และเพื่อนตำรวจอีกสามคน ซึ่งได้รับการประสานงานจากสถานีตำรวจบางกรวยว่า ธาดาขับรถยนต์หลบหนีข้ามสะพานกรุงธนเข้ามายังเขตสามเสน กำลังจะเข้าสู่เขตพระนคร ได้ไล่ตามติดพัน แต่ไม่ทัน จึติดต่อเจ้าพนักงานตำรวจจากศูนย์รามา กองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ช่วยเหลือ[2] [6]

ธาดาได้ขับรถยนต์ของร้อยตรีวิชัยหลบหนีเรื่อยไปโดยไม่มีจุดหมาย มาถึงแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย แขวงดุสิต เขตดุสิต ดาบตำรวจลิขสิทธิ์ พิลาศรี อายุสี่สิบปี เจ้าพนักงานตำรวจจรจารซึ่งได้รับการประสานงานมานั้น ได้ออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรเข้าขวางรถยนต์ของธาดาได้ ธาดาจึงลงจากรถยนต์ พร้อมด้วยมีดในมือ ตรงเข้ากระหน่ำแทงร่างกายดาบตำรวจลิขสิทธิ์กว่ายี่สิบแผล แล้วชิงปืนลูกโม่หกนัดของดาบตำรวจลิขสิทธิ์ออกยิงหนึ่งครั้งใส่ศีรษะดาบตำรวจตายในที่นั้น[5]

ธาดาได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาถึงถนนศรีอยุธยา ซึ่งเชื่อมเขตดุสิตกับเขตราชเทวี ถึงแยกศรีอยุธยา รถยนต์ที่ธาดาขับได้เสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์เงิน ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี ทะเบียน ฌส-131 กท. ซึ่งพิภัทรา สายโลหิต ขับอยู่ และมีลักขณา สายโลหิต อายุห้าสิบเก้าปี มารดาของพิภัทรา นั่งอยู่ข้าง ๆ[5] จากนั้น ธาดาได้ลงรถยนต์เดินไปยังรถยนต์ของพิภัทรา แล้วใช้ปืนจี้ชิงรถยนต์ พร้อมไล่ลักขณาลงไป ธาดาเปลี่ยนขับรถยนต์ดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี โดยจับเอาพิภัทราเป็นตัวประกันและให้นั่งอยู่ข้างตนด้วย[6]

ขณะนั้น อำนาจ พวงสูงเนิน อายุสามสิบสี่ปี คนขับรถยนต์เก๋ง สีชมพู ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส ทะเบียน ทว-3087 กท. รับจ้างโดยสาร ซึ่งฟังรายการวิทยุ "จเรทหารสื่อสาร คลื่นเอฟเอ็มหนึ่งร้อยเมกะเฮิตซ์" หรือ "จส.100" และทราบเรื่องราว จึงขับรถยนต์ของตนเข้าขวางรถยนต์ที่ธาดาขับไว้ ธาดาชักปืนแล้วยิงใส่อำนาจหนึ่งครั้ง ถูกขมับขวาอำนาจตายโดยพลัน[5] ดาบตำรวจตรีจิโรจน์[2] หรือปพนพัชญ์[7] หรือประพนพัชญ์[8] บุญทองคำ เจ้าพนักงานตำรวจจราจรในบริเวณดังกล่าว จึงปรี่เข้ามาขวางอีก ธาดาขับรถยนต์พุ่งชนดาบตำรวจตรีจิโรจน์ลงไปนอนกับพื้นถนน แล้วขับทับข้ามร่างดาบตำรวจตรีหลบหนีไป ดาบตำรวจผู้นี้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมานำส่งโรงพยาบาลตำรวจ และพบว่าแขนกับขาหักถึงแก่ทุพพลภาพ[6]

เมื่อถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อันเป็นถิ่นธุรกิจมีผู้คนพลุกพล่าน เจ้าพนักงานตำรวจแห่งกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ซึ่งติดตามมาถึงที่นั้นพร้อมด้วยเจ้าพนักงานตำรวจจากหน่วยอื่น ๆ อีก ได้สะกัดกั้นรถยนต์ที่ธาดาขับเอาไว้ ธาดาได้ยิงปืนต่อสู้ เจ้าพนักงานตำรวจจึงระดมยิงใส่รถยนต์ดังกล่าวจนรถยนต์นิ่ง แล้วเข้าตรวจสอบ พบว่าธาดาต้องกระสุนปืนตายคาที่นั่งคนขับ ส่วนพิภัทรา ตัวประกันนั้น ถูกกระสุนเข้าที่ท้อง สันหลัง และแขนซ้าย นำส่งโรงพยาบาลราชวิถี เจ้าพนักงานตำรวจจึงแจ้งให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่นั้นเข้าชันสูตรพลิกศพ พร้อมกับพนักงานอัยการ และพนักงานแพทย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา[2]

การตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ[edit]

หน้าโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นที่ที่เจ้าพนักงานตำรวจฆ่าธาดา ผู้ก่อเหตุ|thumb|right|200px

ร้อยตำรวจโทคมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สัญญาบัตร 1) แห่งสถานีตำรวจนครบาลพญาไท รับทราบเหตุ รายงานให้ผู้บังคับชาทราบ แล้วเดินทางไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พลตำรวจตรีกรีรินทร์ อินทร์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พลตำรวจตรีอิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พลตำรวจตรีวิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พันตำรวจเอกไกรเลิศ บัวแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พันตำรวจเอกวีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1, พันตำรวจเอกมานัส ศัตรูลี้ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และพันตำรวจเอกสมาน รอดกำเนิด ผู้กำกับสถานีตำรวจนครบาลพญาไท ตลอดจนเจ้าพนักงานตำรวจฝ่ายสืบสวน แห่งสถานีตำรวจเดียวกับ, เจ้าหน้าที่สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี และ พนักงานอัยการ[6]

ณ ที่นั้น พบว่า รถยนต์ที่ธาดาขับมาหยุดนิ่งอยู่ยังหน้าสถาบันโรคหัวใจ โรงพยาบาลราชวิถี โดย[6]

"...[รถยนต์ดังกล่าว] ถูกยิงจนพรุนรอบคัน มีรูกระสุนจำนวนสามสิบห้ารู ยางล้อรถแตกทั้งสี่เส้น...ภายในรถพบศพนายธาดา อินทมาศ...สภาพศพนั่งอยู่บนเบาะคนขับ ศีรษะพิงเบาะ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีฟ้า ตรวจสอบตามร่างกาย มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนเข้าที่ศีรษะด้านหลังและท้ายทอย จำนวนห้านัด มือข้างขวาทะลุฝ่ามือ หนึ่งนัด และที่นิ้วโป้งมือซ้าย อีกหนึ่งนัด นอกจากนี้ ยังพบบริเวณข้อมือทั้งสองข้างมีรอยถูกกรีดและเย็บบาดแผล เบื้องต้นแพทย์นิติเวชสันนิษฐานว่า บาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกินเจ็ดวัน...ภายในรถคันดังกล่าว ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ลำกล้องสองนิ้ว จำนวนหนึ่งกระบอก ถูกยิงจนหมดโม่จำนวนหกนัด ตกอยู่บนเบาะข้างคนขับ นอกจากนี้ บนพื้นถนนและทางเท้าใกล้กับจุดเกิดเหตุ ยังพบปลอกกระสุนปืน ขนาดเก้ามิลลิเมตร และ .22 กระจัดกระจายอยู่เกลื่อนพื้น รวมทั้งสิ้นจำนวนสิบเก้าปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน"

ผู้ประสบเหตุ[edit]

ผู้ตาย[edit]

ลำดับที่ ชื่อ อายุ (ปี) อาชีพ หรือความเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ อาการตาย
1. ธาดา หรือชาย อินทมาศ[2] 37[2] ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์[6] เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ฆ่าตาย[2]
2. ดาบตำรวจลิขสิทธิ์ พิลาศรี[2] 40Cite error: Invalid <ref> tag; invalid names, e.g. too many ผู้บังคับหมู่จราจร สถานีตำรวจนครบาลดุสิต[2] ธาดา อินทมาศฆ่าโดยใช้มีดแทงลำตัวกว่ายี่สิบครั้ง และใช้ปืนยิงศีรษะหนึ่งครั้งตาย[6]
3. อำนาจ พวงสูงเนิน[6] 34[6] คนขับรถยนต์เก๋งรับจ้างโดยสาร[6] ธาดา อินทมาศยิงขมับขวา ตายทันที[6]

ผู้บาดเจ็บ[edit]

ลำดับที่ ชื่อ อายุ (ปี) อาชีพ หรือความเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ อาการเจ็บ
1. ดาบตำรวจตรีจิโรจน์ บุญทองคำ[2] หรือ
ปพนพัชญ์ บุญทองคำ[7] หรือ
ประพนพัชญ์ บุญทองคำ[8]
- ผู้บังคับหมู่จราจร สถานีตำรวจนครบาลพญาไท[2] ธาดา อินทมาศขับรถพุ่งชน แขนและขาหัก รักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ[2]
2. พิภัทรา สายโลหิต[1] ยี่สิบแปด[1] แพทย์โรงพยาบาลค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา[1] ต้องกระสุนที่กระเพาะ​อาหาร สันหลัง และแขนซ้าย ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจยิงใส่ธาดา อินทมาศ รักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี[1]
3. ร้อยตรีวิชัย วิไลรัศมี [2] หกสิบเจ็ด[2] ข้าราชการทหารเกษียณ[2] บาดเจ็บเล็กน้อยเพราะถูกธาดา อินทมาศ ชิงทรัพย์โดยใช้มีดประทุษร้าย[2]

การสอบสวน[edit]

Template:โครงส่วน

การเยียวยาความเสียหาย[edit]

Template:โครงส่วน

เชิงอรรถ[edit]

Template:รายการอ้างอิง

อ้างอิง[edit]

Template:เริ่มอ้างอิง

Template:จบอ้างอิง

หมวดหมู่:ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2554

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 ไทยรัฐ; 16 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  2. 2.00 2.01 2.02 2.03 2.04 2.05 2.06 2.07 2.08 2.09 2.10 2.11 2.12 2.13 2.14 2.15 2.16 ไทยรัฐ; 14 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  3. โพสต์ทูเดย์; 16 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  4. โพสต์ทูเดย์; 15 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 โพสต์ทูเดย์; 14 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  6. 6.00 6.01 6.02 6.03 6.04 6.05 6.06 6.07 6.08 6.09 6.10 ผู้จัดการออนไลน์; 14 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  7. 7.0 7.1 ตระเวนข่าว; 16 เมษายน 2554 : ออนไลน์.
  8. 8.0 8.1 กะปุก; 16 เมษายน 2554 : ออนไลน์.